ขายเว็บไซต์ ที่นี่ประเทศไทย Inthai.co พร้อม http://travel.inthai.co , facebook fanpage
ภาวะกระดูกพรุน
ภาวะกระดูกพรุน Osteoporosis เป็นภาวะผิดปกติของระบบโครงสร้างซึ่งทำให้ความแข็งแรงของกระดูกเสียไป ส่งผลให้คนๆนั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักสูงขึ้น กระดูกของคนเราจะประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญคือ แคลเซียมซึ่งเชื่อมประสานกันเป็นใยแมงมุม ทำให้กระดูกมีความแข็งแรงซึ่งจะมีการสลายตัว และสร้างใหม่อยู่ตลอดเวลาโดยในวัยเด็ก และวัยรุ่นร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้มากกว่าการสลายจนเข้าสู่วัยสูงอายุ กระดูกจะสลายตัวเร็วกว่าการสร้างใหม่จึงทำให้ผู้สูงอายุมีมวลกระดูกน้อยลง กระดูกบางลง เปราะและแตกหักได้ง่าย หรือที่เราเรียกว่า ภาวะกระดูกบาง หรือกระดูกพรุนนั่นเอง
งานวัดภูเขาทอง
หากจะพูดถึงงานวัดที่ยิ่งใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยคงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่งานวัดภูเขาทองที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการสมโภช และมนัสการพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐ์ฐานอยู่ ณ พระบรมบรรพตภูเขาทองแห่งนี้
เมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเป็นต้นคิดให้มีกิจกรรมการออกร้าน จัดมหรสพและละครชาตรีในงานวัดภูเขาทอง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีการจัดงานวัดภูเขาทองในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี หรือช่วงขึ้น 11 ค่ำถึงแรม 3 ค่ำ เดือน 12 รวมระยะเวลา 7 คืน 8 วัน ซึ่งเป็นงานสมโภชนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ หรือพระทันตธาตุ ที่ได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ พระเจดีย์ภูเขาทองแห่งนี้
บรมบรรพต หรือภูเขาทอง สร้างเป็นเนินดินรูปภูเขา มีพระเจดีย์กรุโมเสกสีทองสุกปลั่งประดิษฐานอยู่บนยอด มีบันไดเวียนขึ้นทางทิศเหนือและทิศใต้ การก่อสร้างภูเขาทองเริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งพระราชทานนามให้ว่า "พระเจดีย์ภูเขาทอง" แต่เนื่องจากดินในบริเวณนั้นเป็นดินอ่อน พระเจดีย์จึงทรุดพังลง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนนามเป็น "บรมบรรพต" การบูรณะปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์โปรดให้ตัดถนน ถมคลอง และสร้างสะพาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ลานบรมบรรพต
เจดีย์สีทองสุกปลั่งตัดกับความมืดยามราตรีบนเนินสีขาวเชิงสะพานผ่านฟ้าที่มองเห็นแต่ไกลจากถนนราชดำเนิน ดูจะเงียบเหงาปีละหลายเดือน แต่คืนพระจันทร์สว่างหน้าน้ำนองตลิ่ง ภูเขาสีทองแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกปลุกให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาทักทายมิตรสหาย ซึ่งหลายคนแวะมาเยี่ยมเยือนเป็นประจำทุกปี ขณะที่อีกหลายคนเพิ่งมาเป็นครั้งแรก
ช่วงพลบค่ำ เจดีย์ภูเขาทองที่มีผ้าสีแดงโอบรอบค่อยๆถูกขับให้เห็นสีแดงเด่นสง่าตัดกับความมืดของท้องฟ้าเบื้องหลัง ผู้คนเริ่มเดินทางมาจากทั่วสารทิศทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง จากร้อยเป็นพันภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง หลังจากนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ใหญ่ และปิดทองพระอัฏฐารส พระพุทธรูปสำคัญของวัดแล้ว ทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่ประดับแสงไฟวิบวับสว่างไสวและเป็นที่มาของเสียงอึกทึกเร้าใจ
ลูกเด็กเล็กแดงดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษกับเครื่องเล่นและของเล่นต่างๆ จึงเป็นภาระของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคอยเอาอกเอาใจ เด็กบางคนลงไปนอนร้องไห้ดิ้นกับพื้นก็มีเมื่อไม่ได้ของเล่นที่ตนอยากได้ กลุ่มหนุ่มสาววัยรุ่นบ้างก็มาทั้งที่ใส่ชุดนักเรียนนักศึกษา บ้างก็มาเป็นคู่ ทำบุญถวายสังฆทาน ถ่ายรูปกับองค์พระเจดีย์และบรรยากาศโดยรอบของงาน เเล้วพากันลงไปชมการละเล่นต่างๆเป็นที่สนุกสนาน
งานวัดภูเขาทองถือเป็นเทศกาลแห่งการทำบุญที่ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน รื่นเริงแบบไทยๆ มาช้านานแม้กาลเวลาผ่านไป แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรอคอยมนต์สเน่ห์ร่วมสมัยของช่วงเวลาแห่งการทำบุญที่มีบรรยากาศย้อนยุคอยู่ทุกปี
ตำนานขนมน้ำแข็งใส
ขนมน้ำแข็งใส เกิดขึ้นหลังจากที่มีการนำน้ำแข็งเข้ามาในสยามครั้งแรก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเรือกลไฟชื่อ "เจ้าพระยา" ขนน้ำแข็งใส่หีบไม้ฉำฉากลบขี้เลื่อยมาจากสิงคโปร์ โดยผู้สั่งเข้ามาคือเจ้าพระยาพิสนธ์สมบัติบริบูรณ์ (ยิ้ม พิศลยบุตร) ครั้งยังมีบรรดาศักดิ์เป็นพระภาษีสมบัติบริบูรณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ของสังคมไทยในเวลานั้น ต่อมาปี พ.ศ.2448 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาภัคดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) ได้เปิดโรงน้ำแข็งแห่งแรกในประเทศไทยขึ้ที่สะพานเหล็กล่าง ถนนเจริญกรุง ชื่อว่า"โรงน้ำแข็งสยาม" หรือเป็นที่รู้จักกว้างขวางในชื่อ "โรงน้ำแข็งนายเลิศ" และต่อมาจึงแพร่หลายไปสู่หัวเมืองใหญ่ๆ รอบนอกกรุงเทพฯ เมื่อมีการบริโภคน้ำแข็งกันมากขึ้น ก็เริ่มมีการดัดแปลงนำน้ำแข็งมาผสมกับขนมหลายชนิดกลายเป็นขนมน้ำแข็งใส เช่น ลอดช่อง แตงไทย เผือก ลูกชิด ซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ ฯลฯ โดยนิยมโรยดอกมะลิในน้ำกระทิ และชิ้นขนุนในน้ำเชื่อม เพื่อให้ความหอมหวาน อร่อยและชื่นใจไปพร้อมๆ กัน
งานกาชาดประจำปี 2555

งานกาชาดประจำปี 2555 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2555 ณ บริเวณสวนอัมพร ลานพระบรมรูปทรงม้า สนามเสือป่า ถนนศรีอยุธยา และถนนราชดำเนินนอก นอกจากจะได้จับจ่ายใช้สอยกันแล้ว ยังมีกิจกรรมและนิทรรศการดีๆ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติติ์ พระบรมราชินีนาถ ในแนวคิด “80 พรรษา องค์สภานายิกา ปวงประชาร่วมใจถวายพระพร”
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 14.00 – 23.00 น.
วันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 24.00
งานกาชาด เป็นงานมหกรรมรื่นเริงเพื่อการกุศลที่สภากาชาดไทยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมีการออกร้านของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 200 หน่วยงาน โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับสภากาชาดไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค การเสี่ยงโชคชิงรางวัล และการจำหน่ายสลากกาชาด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในโครงการส่วนพระองค์ และผลิตภัณฑ์จากเหล่ากาชาดจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด
สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนเที่ยวงานกาชาด ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2555 ณ บริเวณสวนอัมพร ลานพระบรมรูปทรงม้า สนามหน้าที่ทำการสำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา และถนนราชดำเนินนอก โดยในวันธรรมดาจะเริ่มงานตั้งแต่เวลา 14.00 – 23.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เริ่มงานเวลา 10.00 – 23.00 น. บัตรเข้า ชมงานจำหน่ายในราคา 20 บาท รายได้เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยนำไปช่วยฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย
เที่ยวเมืองเชียงคาน จังหวัดเลย
เชียงคานเสน่ห์ริมแม่น้ำโขง เชียงคาน จังหวัดเล็กๆ ในจังหวัดเลยเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในขณะนี้ ด้วยบรรยากาศของเมืองเชียงคาน เมืองที่เงียบสงบผู้คนใช้ชีวิตเรียบง่ายรักษาสืบทอดวัฒนธรรมปรเพณีดีงามอันเก่าแก่เอาไว้ รวมทั้งบ้านไม้เก่าแก่จำนวนมากที่ยังคงความสวยงาม และมีเอกลักษณ์โดดเด่นในชุมชนที่รายล้อมไปด้วยวัดวาอารามที่เป็นศูนย์กลางยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน
อำเภอเชียงคานตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดเลย ห่างจากศาลากลางจังหวัดเลย ประมาณ 48 กิโลเมตร เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ติดชายแดนติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สภาพพื้นที่ของอำเภอเชียงคาน มี 2 ลักษณะคือ มีที่ราบลุ่ม ที่ราบเชิงเขา และที่ภูเขา มีที่ราบร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด ที่ภูเขาร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด มีแม่น้ำที่สำคัญ 6 สาย ได้แก่ แม่น้ำโขง แม่น้ำเลย แม่น้ำเหือง ลำน้ำฮวย ลำน้ำมี และลำน้ำสวย
การท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
1. แก่งคุดคู้ บ้านน้อย หมู่ที่ 4 ตำบลเชียงคาน
2. วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน บ้านผาแบ่น 6 หมู่ที่ ตำบลบุฮม
3. จุดชมวิวภูทอก บ้านเชียงคาน หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงคาน
4. จิตรกรรมฝาผนังวัดศรีคูณเมือง วัดศรีคุณเมือง ถนนชายโขง หมู่ที่ 1 ตำบลเชียงคาน
5. โครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ บ้านคกงิ้ว หมู่ที่ 5 ตำบลปากตม
6. ถ้ำวัดผาแบ่น บ้านผาแบ่น หมู่ที่ 6 ตำบลบุฮม
7. น้ำตกตาดซ้อ บ้านแก่งมี้ หมู่ที่ 6 ตำบลนาซ่าว
8. ศูนย์วัฒนธรรมไทดำบ้านนาป่าหนาด บ้านนาป่าหนาด หมู่ที่ 4 และ 12 ตำบลเขาแก้ว
9. ศูนย์วัฒนธรรมผีขนน้ำบ้านนาซ่าว บ้านนาซ่าว หมู่ที่ 1 ตำบลนาซ่าว
10. พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ (วัดปากน้ำเหือง)บ้านท่าดีหมี หมู่ที่ 4 ตำบลปากตม
11. น้ำพุธรรมชาติ วัดน้ำพุ บ้านหินตั้ง หมู่ที่ 6 ตำบลจอมศรี
การกดนวดจุดรักษาไมเกรน
โรคไมเกรน หลายๆ คนคงเคยประสบความเจ็บปวดทรมาน กับอาการปวดศีรษะอย่างไม่รู้จักหาย เราจทำอย่างไรกับการที่จะดูแลตัวเองให้ปราศจากความเจ็บปวดจาดโรคไมเกรน
ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะตุบๆอย่างรุนแรงโดยเริ่มจากบริเวณใกล้ดวงตาหรือบริเวณขมับข้างใด ข้างหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นซ้ำๆ มักพบร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ต้นเหตุในไมเกรนโดยหลักแล้วจะไม่ได้อยู่บนศีรษะอย่างเดียว ต้นเหตุแท้ๆ จะอยู่ปลายปรสาทที่บ่าอาการต่างๆ สามารถหายได้โดยการเปลี่ยนอิริยาบถให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก
ศูนย์รักษาไมเกรน ดอกเตอร์ แคร์ ได้คิดค้นพัฒนาการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ด้วยวิธีรักษาสมดุลธาตุ 4 (Balance of Four Elements Program; BEEP) ผสมผสานกับศาสตร์การกดจุดรักษาโรค (Musculoskeletal Manipulative Technique MMT) โดยปรับและกระตุ้นระบบการทำงานของกล้ามเนื้อ เพื่อปรับสมดุลการทำงานของหลอดเลือดแดงที่อยู่ภายนอกและภายในศีรษะ ซึ่งเป็นศาสตร์การรักษาที่ได้รับรางวัลผลวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2548 จากกระทรวงสาธารณสุข
แพทย์อายุรเวท แวร์สมิง แวหมะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน จากศูนย์รักษาไมเกรนดอกเตอร์ แคร์ (Doctor Care) ไลฟ์เซ็นเตอร์ กล่าวถึงการรักษาไมเกรนด้วยวิธีนี้ว่า “ขั้นตอนการรักษา เริ่มจากวินิจฉัยโรคด้วยการซักประวัติ เพื่อเก็บข้อมูลลักษณะการปวดว่าเป็นแบบใด ตำแหน่งที่ปวด เช่น กระบอกตา ขมับท้ายทอย หรือทั่วศีรษะ ความรุนแรงของอาการปวด ระยะเวลาที่ปวดในแต่ละครั้ง รวมถึงความถี่ของการปวด ซึ่งแบ่งไว้ 6 ระดับ คือ ระดับ 0 ปวด 2-3 ครั้งต่อเดือน ระดับ 1 ปวดสั้นๆ ไม่กระทบการทำงาน ระดับ 2 ปวดแต่ทนได้ ระดับ 3 ปวดแล้วต้องทานยา มีอาการร่วม อาทิ คลื่นไส้, อาเจียน ระดับ 4 ปวดแล้วทำงานไม่ได้ ยาไม่สามารถรักษาอาการให้บรรเทาได้ และระดับ 5 คือผู้ที่ปวดรุนแรงถึงขั้นไม่สามารถลุกจากที่นอนมาดำเนินชีวิตประจำวันได้”
ต่อมาจึงเป็นการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของอาการปวดว่าเกิดจากความผิดปกติส่วนใด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากสาเหตุของกล้ามเนื้อที่มีอาการเกร็งตัว เนื่องจากทำงานหนัก ขาดการพักผ่อนและการออกกำลังกาย สะสมจนกลายเป็นความตึงเครียด เมื่อมาเจอภาวะอากาศร้อนจัดหนาวจัด แสง สี เสียง ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของโปรแกรมบำบัดมีระยะเวลาทั้งหมด 5 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรก จะเป็นการนวดด้วยหลักกายภาพบำบัด เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวและกลับสู่ภาวะสมดุลในลักษณะใกล้เคียงกับช่วงก่อนมีอาการปวดไมเกรนมากที่สุด พอครั้งที่ 3 และ 4 เป็นการกดจุดบริเวณบ่าเพื่อบล็อกเลือดและออกซิเจน ซึ่งเป็นการสร้างแรงดันในหลอดเลือดทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น อีกทั้งแรงดันยังสามารถช่วยทำความสะอาดล้างแคลเซียมและพังผืดที่เกาะตามหลอดเลือดได้อีกด้วย ส่วนครั้งที่ 5 จะเป็นขั้นประเมินผลและฟื้นฟูอาการ ซึ่งแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที
ผลจากการรักษาด้วยวิธีนี้ ผู้ที่เป็นไมเกรนแบบเฉียบพลันจะมีอาการปวดศีรษะลดลงถึงร้อยละ 80 หรือหายจากอาการปวดศีรษะ และหากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องก็สามารถป้องกันการกลับมาปวดในภายหลังได้ แต่ทั้งนี้การรักษาด้วยวิธีนี้ จะเน้นทำให้การไหลเวียนของระบบโลหิต และระบบกล้ามเนื้อทำงานดีขึ้น โดยจะช่วยยับยั้งการกลับมาของไมเกรนได้ถึง 8 เดือน แต่ผู้รับบริการต้องดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงภาวะเครียด ทำงานหนัก งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ รวมถึงอาหารบางชนิด เช่น กล้วยหอม เนยแข็ง และช็อกโกแลต
แต่หากต้องเผชิญภาวะดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องรู้จักสังเกตอาการตนเอง เมื่อรู้สึกเมื่อยจากการทำงานก็ให้หยุดพักเพื่อให้กล้ามเนื้อได้คลายตัว หรือเริ่มมีอาการปวดศีรษะ เบ้าตา ก็ให้หาที่สลัวๆ เพื่อพักสายตา หลบจากแสงจ้า ใช้น้ำอุ่นประคบบริเวณต้นคอ ขมับ และไม่ควรออกกำลังกาย เพราะจะยิ่งเพิ่มความดันทำให้หลอดเลือดขยายตัวมากยิ่งขึ้น
เพียงเท่านี้ก็สามารถขจัดปัญหารำคาญใจ และยืดอายุความสุขจากการปลอดไมเกรนได้อย่างแน่นอน
คุณค่าของผู้หญิง สร้างได้ด้วยตัวคุณเอง
คงไม่ผิดใช่ไหม…หากความรู้สึกของผู้หญิงจะสำคัญกว่าเหตุผล และไม่ว่าใครจะตัดสินให้เราเป็นอย่างไร ความสุขของผู้หญิงก็คือการมีความสุขในสิ่งที่เราเป็น และมีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่รู้
ถึงเวลาค้นพบคุณค่าในตัวตน กับสังคมแห่งความสุขเพื่อผู้หญิง …คุณค่าของผู้หญิง สร้างได้ด้วยตัวคุณเอง
Oriental Princess Society
แนะนำวิธีตัดล็บและตะไบเล็บ
เล็บเริ่มอ่อนแอและหักง่าย มีคำแนะนำวิธีตัดเล็บและตะไบเล็บสำหรับสาวที่มีสภาพเล็บค่อนข้างอ่อนแอ โดยเริ่มตัดเล็บจากด้านข้าง หากเริ่มตัดจากตรงกลาง ความโค้งของเล็บจะถูกกดลงและเป็นเหตุให้เล็บหักได้ง่าย และตะไบขอบเล็บที่หยาบด้วยตะไบที่ทำจากผงคริสตัล เพราะตะไบที่ทำจากโลหะนั้นเหมาะกับเล็บที่แข็งแรง และเล็บปลอมมากกว่า จับตะไบให้ถนัดมือระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ พยาามให้อยู่ในแนวนอน ขนานหรือทำมุมเพียงเล็กน้อยเข้าหาปลายเล็บของคุณ ตะไบเบาๆ ไปในทิศทางเดียว และหลีกเลี่ยงการตะไบข้างเล็บ เพราะบริเวณนั้นบอบบาง จึงอาจทำให้เล็บหักหรือฉีกขาดได้
ฉันทำไม่ได้
มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพมากมายเหลือประมาณ แถมยังพัฒนาให้เพิ่มพูนขึ้นได้แต่ศักยภาพดังกล่าวไม่ค่อยถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เพียงเพราะความเชื่อว่า “ฉันทำไม่ได้” ความเชื่อเช่นนี้ได้กลายเป็นกำแพงขวางกั้นความฝันและจำกัดศักยภาพของเราไปโดยไม่รู้ตัว ผลก็คือ ชีวิตเราแน่นิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกล่ามโซ่ที่เราสร้างขึ้นเอง
มีช้างบ้านวัยฉกรรจ์เป็นจำนวนมาก ที่ถูกล่ามไว้ด้วยเชือกเส้นเล็ก ๆ เพียงเส้นเดียว หากมันเพียงแต่ดึงแรงๆ เท่านั้น ก็เป็นอิสระได้แต่เหตุใดสัตว์ร่างยักษ์นี้ถึงยอมจำนนต่อเชือกเล็กๆ เส้นนี้ คำตอบก็คือ เพราะมันถูกล่ามเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ มันไม่มีแรงพอที่จะดึงเชือกให้ขาดได้ แม้โตขึ้นมันจะมีกำลังวังชามหาศาล แต่ประสบการณ์วัยเด็กก็ยังฝังอยู่ในหัวว่า ไม่มีทางดึงเชือกให้ขาดได้ มันจึงยอมให้เชือกเส้นน้อยๆ พันธนาการต่อไป คนเป็นอันมากไม่ต่างจากช้างบ้านดังกล่าว เขามีความคิดอยากจะทำอะไรดีๆ ตั้งมากมาย แต่แล้วก็ไม่กล้าทำเพราะคิดว่าทำไม่ได้
บางคนอยากแก้นิสัยขี้โกรธ ขี้อิจฉา ชอบกลัว ช่างวิตก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมทำ เพราะคิดว่าทำไปก็เท่านั้น ทำมาหลายครั้งแล้วไม่เคยสำเร็จสักที จริงอยู่ เมื่อก่อนอาจทำไม่สำเร็จ แต่ใช่ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้จะต้องล้มเหลวอีก มีหลายคนพยายามทำแต่ก็ทำไปได้ไม่ตลอดเพราะยอมแพ้กลางทาง ด้วยคิดว่านิสัยเหล่านั้นเกิดมาพร้อมกับตัว และคงจะตายไปพร้อมกับตัว ไม่มีวันแก้ได้หรอก
ส่วนคนที่อยากสร้างสรรค์ผลงานตามที่นึกฝัน แต่ก็ได้แค่ฝันเพราะคิดว่าไม่มีสติปัญญาจะทำได้ ความคิดเช่นนี้แหละ คือเชือกที่ล่ามตัวเราเอง มันคือกำแพงที่เราสร้างขึ้นไว้ขวางกั้นตนเอง ขีดจำกัดที่เราสร้างขึ้นไว้ขวางกั้นตนเองมีหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่ต้องข้ามพ้นเป็นประการแรก ก็คือ ความกลัว ไม่กล้าลอง หรือ ทำอย่างครึ่งๆ กลางๆ เมื่อใดก็ตามที่เรากล้าทำและทำด้วยความเพียรพยายามอย่างเต็มที่จนถึงที่สุด นั่นคือชัยชนะอันงดงามแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม






